28th June, 2008
หลังจากนัดหมายกันมาเกือบเดือน
วันนี้ก็ได้เจอซะที
อย่างที่บอกว่ามีนัดกับเจ้าของร้านที่ธัญเคยทำงานด้วย
ตอนอยู่ออสเตรเลีย คราวนี้นีน่า ไมเคิล แล้วก็
แอนโทนี่ลูกชายวัยกำลังโตมาเยี่ยมพวกเราถึงเมืองไทย
เรื่องของเรื่องคือ ครอบครัวนี้เค้าจะพักร้อนยาวๆกันปีละครั้ง
อย่างปีก่อนเค้าไปฝรั่งเศส คราวนี้ก็เลยมาไทย
หนีหนาวมาหาร้อนมากแล้วก็มาทำฟันกันทั้งครอบครัวด้วย
เพราะว่านีน่ามีปัญหาเรื่องฟันมาก อีกอย่างทำฟันที่ออสเนี๊ย....แพงสุดๆ...
ประมาณว่าเอาเงินที่ทำฟันซื้อตั๋วเครื่องบินมาทำฟันที่ไทย
แถมได้พักผ่อน ได้เที่ยวอย่างสบายแล้วยังมีเงินเหลืออีกต่างหาก

ก่อนออกจากบ้านวันนี้

ที่รักของเรา
ทีแรก...ที่รักบอกธัญว่าเค้าคงมาไม่ได้เพราะต้องทำงาน
แต่ปรากฎว่าฮีเคลียร์งานเสร็จตอนบ่ายสามโมงครึ่ง
แล้วโทรมาบอกธัญว่าจะหาตอนประมาณสี่โมงเย็น
เหาะจากศรีราชามาบางแคใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ
ดีใจที่เค้ามาด้วยนอกจากเราจะได้เจอกันแล้ว
ธัญยังรู้สึกว่า....เค้าให้ความสำคัญกับคนรอบข้างของธัญไม่น้อยกว่าคนรอบข้างของเค้า...
.............ขอบคุณนะค่ะที่รัก.............

ระหว่างรอ
พอที่รักมาถึงเราก็รอเพื่อนสาวอีกหนึ่งนางมาสมทบ
ซึ่งอ๊อบจะเป็นนางสาวสายเสมอทุกครั้งไปไม่ว่าจะนัดกันกี่โมง
ชีจะสายได้ตลอด ><" แล้วครั้งนี้ก็ไม่พลาดอีกเช่นเคย
สมาชิกมาพร้อมกันตอนประมาณหกโมง
พวกเรามุ่งหน้าไปที่โรงแรม Ban Yan Tree, South Sathon กันเลย
รถไม่ติดใช้เวลาแค่ 35 นาทีจากบ้านธัญ
เอารถขึ้นไปจอดแล้วมุ่งตรงไปที่ลอบบี้
พอถึงปุ๊บ ยังไม่ทันจะได้นั่งมีหนุ่มน้อยตัวเล็กเรียกชื่อพวกเราจากข้างหลัง
หันไปมองเห็น Anthonny เดินตรงมาหาพร้อมรอยยิ้มกว้างๆ
กอดกันสักพักก็พาขึ้นลิฟต์ไปชั้น 69 เป้าหมายดินเนอร์ของเราวันนี้

ระหว่างรอนีน่ากับไมเคิล

คนยังไม่เยอะเลยเนอะ
ตอนไปถึงร้านอาหารเค้าชื่อ Vertigo Grill and Moon Bar
มันเป็น Moon Bar สมชื่อจริงๆเพราะความรู้สึกว่าเราอยู่ใกล้พระจันทร์มากๆ
แถมเป็น Open Air อีกต่างหาก ปกติไปกินไบหยกจะเป็นห้องแอร์
อันนี้ให้ความรู้สึกธรรมชาติดี ยังแอบคิดว่าถ้าฝนตกจะทำยังงัยอ่ะ ^^"

เด็กคนนี้ไม่ชอบถ่ายรูป
ระหว่างรอนีน่ากะไมเคิลพวกเราก็ดูเมนูกันก่อนเลย
ออกอาการเหงื่อตกกับราคาอาหารนิดหน่อย
แต่ก็เข้าใจเพราะเค้าต้องยกครัวขึ้นมาไว้บนนี้ก็เป็นงานใหญ่เอาเรื่องเหมือนกัน
กล้องธัญเวลาถ่ายรูปกลางคืนออกมาดูเห่อมากๆ
โชคดีที่ทางโรงแรมมีบริการถ่ายรูปให้ฟรีที่โต๊ะ
พวกเราเลยออเดอร์มาซะ 6 copies

นามบัตรร้าน....แถมให้มากับกรอบรูป
ธัญกับที่รักเลือกกิน Lobster Springroll
ส่วนครอบครัวนั้นเค้าเลือกกินแบบที่คุ้นเคยของเค้า
เพื่อนสาวก็เหมือนกัน จากนั้นตามด้วยสเต็กคนละจาน
แน่นอนว่าเราสองคนต้องสั่ง Tenderlion Austrailan, Wagu: Medium rare
ของเราแค่ 250 กรัมก็จะกินไม่หมดอยู่แล้วแต่ที่รักสั่ง 400 กรัม
โอ้ววววววจะอัพน้ำหนักไปถึงไหน
กินไปคุยไปนีน่าบอกว่าอาจจะมาไทยทุกๆสองปี
เพราะเค้ามีปัญหาเรื่องฟันมากเหลือเกิน
อีกอย่าง...ไม่แน่ว่าเค้าอาจจะลงทุนทำอะไรสักอย่างที่ไทยด้วย
พวกเราก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เลยอ่ะเพราะนั่นหมายว่าความว่า
พวกเราจะได้เจอกันบ่อยขึ้น
คุยไปสักพัก....ก็เจอคำถามจุกอกอีกตามเคย...
....When will you get marry?.......
กรี๊ดดดดดดดด คราวนี้ปัดความรับผิดชอบไปให้คุณแฟนทันทีเลยคะ
คุณแฟนบอกว่า....with in two years........
คริ๊ๆๆๆ อยากจะขำให้ฟันร่วง :)
นีน่าชวนพวกเราไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันแต่พวกเราไปกันไม่ได้เลย
ก็ต้องทำงานนี๊ ถ้าไม่เป็นลูกจ้างเค้าก็จะไปด้วยเลยแหละ
แต่เจ๊ก็บอกอีกนะว่าให้ตามไปวันศุกร์หลังเลิกงาน
หน้าที่พวกเราแค่ไปหาตั๋วเครื่องบินส่วนเรื่องอีนเค้าจัดการให้เอง
ธัญนะยิ้มแก้มแทบฉีก อ้อนที่รักตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา
แต่ที่รักยังไม่แน่ใจ ก็เค้ามาหาธัญทุกอาทิตย์นี่ก็สี่อาทิตย์ติดๆกัน
เค้ากลัวแม่จะน้อยใจซึ่งธัญก็เข้าใจก็เลยปล่อยให้เค้าตัดสินใจ
ไม่อยากกดดัน ไม่อยากให้เค้าคิดมากด้วย
แต่ว่า....อยากไปอ่ะ ไม่ได้ไปภูเก็ตมานานแล้วสิบปีได้แล้วมั้ง
อยากไปทะเล ทะเล๊ ทะเล
คุยกันไปคุยกันมาเวลาผ่านไปเร็วมาก
เจ๊พาเดินไปดูสระว่ายน้ำกับสปา บอกว่า
ระหว่างที่เค้าอยู่นี่พวกเรามาใช้บริการได้เลย...มิเสียตังค์....ว้าววววววว
แต่จะเอาเวลาที่ไหนละเค๊อะ????????
นั่งคุยกันที่สระว่ายน้ำสักพัก Anthonny ชวนไปนั่งเล่นที่ห้อง
ระหว่างคุยเจ๊จดชื่อโรงแรมที่ภูเก็ต พร้อมเบอร์ห้องมาให้ธัญ
แล้วบอกว่า....Find two tickets and fly there, ok???
เง้อออออ อยากไป "^^
ที่รักบอกเด๋วดูก่อน ยังไม่รับปากตอนนี้

(ซ้าย) อ๊อบ, โน๊ต, ธัญ, (ขวา) ไมเคิล, นีน่า, แอนโทนี่
........ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา........
.....คุยกันอย่างสนุก หันไปดูนาฬากาเป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่งแล้ว....
ต้องกลับกันแล้ว.... ร่ำลากันแล้วก็นัดแนะเวลาสำหรับวันอาทิตย์
เพราะเราจะไปจตุจักรกัน!!!!!
29th June, 2008
วันนี้พาไมเคิลกับแอนโทนี่ไปเที่ยวจตุจักร
ร้อนมากกกกกก ขอบอก คนเยอะด้วย
ธัญแทบตาย แล้วฝรั่งสองคนจะเหลือรึ????
ไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยเอาแต่เดินแล้วก็ช่วยแอนโทนี่
ต่อราคาด้วยอ่ะ ปกติธัญไม่ต่อราคานะเวลาซื้อของ
ถ้าราคายังอยู่ในขั้นที่รับได้แต่นี่ไม่ไหวค่ะพอเห็นเด็กฝรั่งไปซื้อ
บอกมาซะแพงเลย ทำเหมือนพวกเราโง่อ่ะ คิดแล้วก็เซ็ง

ก่อนออกจากบ้านวันนี้
ไมเคิลดูจะมีปัญหากับอาการร้อนมากที่สุด
ซื้อทำน้ำทุกครั้งที่เดินผ่านร้านขายน้ำ
เหงื่อออกจนเสื่้อเปียกเลยแต่แอนโทนี่สบายมาก
เพราะใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น
เดินสักพักไปเจอเด็กผู้ชายยืนเดอะบอลอยู่ริมทางเดิน
แล้วมีกระเป๋าแบบให้ใส่ตังค์ แอนโทนี่ชอบใจใหญ่
ยืนดูอยู่นานแล้วให้ตังค์ไปห้าสิบบาท
ชอบเอามากเลยนะนั่นแอบอัดวีดีโอเค้าไว้ด้วยนะ
บอกว่าจะเอาไปอวดเพือน
วันนี้เดินได้ไม่นานก็ต้องถอยทัพคะเพราะเพือนร่วมขบวน
ออกอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด
ธัญกับที่รักยังไม่หน่ำใจเลย ตั้งใจจะซื้อกรอบรูปแต่หาไม่เจอ
ก็ต้องกลับก่อน กลัวสองพ่อลูกจะเป็นลม 555
แวะไปส่งเค้าที่โรงแรมแล้วพวกเราก็ขอตัวกลับก่อนเลย
เค้าชวนกินข้าวเย็นด้วยแต่ไม่ไหวอ่ะ ที่รักต้องรีบกลับศรีราชา
ระหว่างทางกลับบ้านแวะกดเงินเดือนออกมาหมดเลย
ตั้งใจจะเอามาให้เตี่ยกะแม่
แต่พอถึงบ้านไม่มีใครอยู่เล๊ย
สงสัยไปเชียร์น้องยีนกะน้องเซ็นแข่งเทควันโด
ธัญเลยชวนโน้ตหม่ำข้าวเย็นก่อน
พอดีว่าเห็นข้าวหมกไก่วางอยู่บนโต๊ะ
สงสัยพี่แอ๊ะแวะมาหาแล้วก็ซื้อมาฝาก
ถูกใจที่รักมากๆ ข้าวหมกไก่เนี๊ยของโปรดเค้าเลย
ที่รักบอกอร่อยวันหลังเค้ามาพาไปกินอีกนะ :)
พรุ่งนี้วันจันทร์...วันแรกของสัปดาห์
วันจันทร์ต้นเดือน
มีความสุขกับการทำงานนะคะทุกคน